23
Oct
ท่ามกลางความเงียบงันที่เข้าปกคลุมเมื่อลมหายใจสุดท้ายได้ผ่านพ้นไป ความโศกเศร้าอาจทำให้หลายคนลืมเลือนความจริงที่สำคัญประการหนึ่งว่า การเดินทางของดวงวิญญาณเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น ในทางพุทธศาสนาและความเชื่อโบราณต่างยอมรับตรงกันว่าช่วงเวลาเจ็ดวันแรกคือหัวเลี้ยวหัวต่อที่เปราะบางที่สุดสำหรับ คนเพิ่งเสียชีวิต ซึ่งเป็นช่วงที่กายละเอียดหรือจิตวิญญาณกำลังปรับตัวเข้าสู่สภาวะใหม่ การสื่อสารด้วยคำพูดอาจทำไม่ได้อีกต่อไป แต่การสื่อสารด้วยกระแสบุญกลับเป็นภาษาที่ทรงพลังที่สุดในช่วงเวลานี้
ในยามที่โลกของผู้เสียชีวิตยังไม่ปิดตายลงโดยสมบูรณ์ จิตที่ยังเปี่ยมด้วยความอาลัยและยังไม่คุ้นชินกับสภาวะหลังความตายมักจะวนเวียนอยู่ใกล้ชิดกับสถานที่ที่ตนผูกพัน พวกเขาพยายามที่จะบอกกล่าวหรือสัมผัสกับบุคคลอันเป็นที่รักแต่ไม่อาจทำได้ด้วยกายหยาบ พลังงานที่ยังคงหลงเหลืออยู่นี้ทำให้พวกเขารับรู้ถึงความเคลื่อนไหวและความรู้สึกนึกคิดของคนที่ยังอยู่ได้อย่างชัดเจน การทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ทันทีจึงเปรียบเสมือนการยื่นมือเข้าไปประคองดวงจิตที่กำลังเคว้งคว้างให้มีความอบอุ่นและคลายความกังวลในสิ่งที่ทิ้งไว้เบื้องหลัง
เหตุผลที่ว่าทำไมเจ็ดวันแรกถึงมีความสำคัญเป็นพิเศษนั้น เพราะเป็นช่วงที่ดวงวิญญาณยังมีความบริสุทธิ์และมีพลังงานเชื่อมโยงกับโลกมนุษย์ได้ดีที่สุด การส่งบุญในช่วงนี้จึงส่งผลรวดเร็วเหมือนการส่งเสบียงให้คนที่กำลังจะเดินทางไกล หากเรามัวแต่รอพิธีการใหญ่โตหรือรอให้เวลาล่วงเลยไป พลังงานที่ควรจะได้รับอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยอาจลดน้อยลงตามสภาวะจิตที่เปลี่ยนไปตามแรงกรรม การลุกขึ้นมาบำเพ็ญกุศลไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยเพียงใดตั้งแต่วันแรก จึงเป็นสิ่งที่ลูกหลานและญาติมิตรควรให้ความสำคัญสูงสุด
อานุภาพแห่งการทำบุญเพื่อนำทางคนเพิ่งเสียชีวิตสู่ภพภูมิที่ดียิ่งขึ้น
การเป็นผู้ส่งบุญที่รู้หลักการอย่างถูกต้องนับเป็นโชคลาภอันยิ่งใหญ่ของผู้ที่จากไป บุคคลที่เข้าสู่ภาวะเป็น คนเพิ่งเสียชีวิต มักจะตกอยู่ในความหวังที่รอคอยหยาดน้ำใจและกระแสบุญจากลูกหลานที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อเราหมั่นทำบุญตักบาตร ถวายสังฆทาน หรือกรวดน้ำแผ่เมตตาด้วยจิตที่สงบและระลึกถึงใบหน้าของท่านอยู่เสมอ พลังแห่งความดีนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นแสงสว่างที่คอยขับไล่ความมืดมิดในโลกหลังความตาย ช่วยยกระดับภพภูมิให้สูงขึ้นและเปลี่ยนเส้นทางจากความทุกข์ระทมสู่ความร่มเย็นเป็นสุขในสัมปรายภพ
ผลลัพธ์จากการที่เราให้ความสำคัญกับช่วงเวลาเจ็ดวันนี้อย่างจริงจัง จะช่วยให้ผู้ล่วงลับมีกำลังใจและมีความมั่นใจในการเผชิญกับโลกใหม่ จากจิตที่เคยหม่นหมองด้วยความห่วงหาอาทรอาจกลายเป็นจิตที่ผ่องใสด้วยอนุโมทนาบุญที่ได้รับ พลังบุญเหล่านี้ยังมีอานิสงส์ให้พวกเขามีโอกาสได้ไปบังเกิดในเทวโลกหรือกลับมาเกิดในภพภูมิที่เป็นมนุษย์ที่มีความพร้อมสมบูรณ์ มีชีวิตที่สว่างไสวมากกว่าเดิม การกระทำของเราในวันนี้จึงไม่ใช่เพียงแค่การรักษามารยาททางประเพณี แต่เป็นการให้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงกระทำต่อกันได้
หากในทางกลับกันเราละเลยและไม่ได้ทำการอุทิศส่วนกุศลให้เลยในช่วงเวลาที่จิตวิญญาณยังรอคอยอยู่นี้ ความรู้สึกโดดเดี่ยวและความว้าเหว่จะเข้าปกคลุมดวงจิตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ความอ่อนแอของพลังบุญสะสมอาจทำให้พวกเขาต้องวนเวียนเป็นพลังงานที่อ่อนล้าในภพภูมิที่ยากลำบาก...